Mar 18

8 กลยุทธ์ในการเริ่มความสัมพันธ์ใหม่ๆ

สำหรับคนโสดแล้ว ไม่ว่าจะผ่านเทศกาลไหนๆ จะปีใหม่ วาเลนไทน์ สิ่งที่เราคงถามๆ อยู่ในหัวคงเป็น “แล้วจะหาแฟนยังไง” หรือ “จะเริ่มจีบคนอื่นยังไง” วันนี้ผมมีงานวิจัยหนึ่งที่น่าสนใจมากมาเล่าให้ฟังครับ
.
งานวิจัยนี้เกิดขึ้นในปี 1999 โดยมาจากนักวิจัย 3 คน คือ Clak , Shaver และ Abrahams ที่ต้องการรู้ว่าผู้คนส่วนมากริเริ่มความสัมพันธ์ของเขาอย่างไร โดยเขาแบ่งงานวิจัยออกเป็น 2 ส่วน
.
ส่วนแรกคือ เก็บข้อมูลจากทุกคน โดยให้ตอบว่า เราจะเริ่มความสัมพันธ์ใหม่ๆได้ยังไง และอีกส่วนหนึ่ง เขาไปเก็บจากคู่รักจริงๆ โดยให้เล่าว่าพวกเขาเจอกันและเริ่มความสัมพันธ์กันได้ยังไง
.
จากคำตอบของผู้ชาย 118 คนและผู้หญิง 183 คน เอาไปวิเคราะห์ ทำสถิติออกมาได้เป็น 8 กลยุทธ์ที่คนมักใช้ในการเริ่มความสัมพันธ์ใหม่ๆ เราลองมาดูกันว่ามีอะไรกันบ้างครับ
.

.
1) ใช้อารมณ์นำพาและเปิดเผยความเป็นส่วนตัวบางอย่าง
.
คนเราจะเริ่มแสดงอารมณ์บางอย่างให้คนอื่นเห็น คนนั้นก็จะต้องมีความสนิทสนมพอสมควร (เช่น เราจะกล้างอนเพื่อนที่สนิทมากกว่าคนแปลกหน้าที่พึ่งเคยคุยกัน) เราจึงสามารถนำวิธีนี้มาใช้เพื่อเพิ่มความสนิทได้ด้วย เริ่มจากการที่ค่อยๆเปิดเผยอารมณ์ ความรู้สึกของตัวเอง รวมไปถึงเรื่องราวลับๆบางอย่าง เช่น เล่าปัญหาส่วนตัวหรือเล่าความลับให้ฟัง (เวลามีใครมาบอกความลับเรา เราก็จะรู้สึก Exclusive ดีจัง – ทั้งๆที่จริงๆแล้วเขาก็เล่าไปทั่วน่ะแหละ แค่บอกว่าเป็น “ความลับ” นะ)
.
สิ่งที่ต้องเรียนรู้เพิ่มจากการใช้กลยุทธ์นี้
– เรียนรู้การเริ่มต้นบทสนทนา
– เป็นมิตรอย่างไรให้ไม่ถูก Friendzone
.
สิ่งที่ต้องระวัง
– กลยุทธ์นี้อาจนำไปสู่ความสนิทสนมแบบเพื่อนมากกว่าคู่รักแบบเร่าร้อน
.

.
2) ตรงไปตรงมา
.
ไม่ว่าจะเป็นการพูดตรงๆ แสดงออกอย่างตรงไปตรงมาว่าเราอยากจีบเขานะ อยากรู้จักเขานะ ก็อาจจะได้ผลดีอย่างไม่คาดคิด วิธีนี้นิยมใช้ในผู้ชายหรือคนที่เป็นคนเริ่มจีบก่อน วิธีนี้รวมไปถึงการใช้ Body language และการสัมผัสร่างกายในการเพิ่มความใกล้ชิดด้วย (เช่น เอาตัวไปนั่งใกล้ๆเขา, แอบมองตาเขาบ่อยๆ หรือ แกล้งไปสัมผัสมือเขาเหมือนไม่ตั้งใจ)
.
สิ่งที่ต้องเรียนรู้เพิ่มจากการใช้กลยุทธ์นี้
– เรียนรู้วิธีรับมือกับการถูกปฏิเสธ
– จะตื้ออย่างไรให้ดูไม่น่ารำคาญ
.
สิ่งที่ต้องระวัง
– ใช้แล้วภาพลักษณ์อาจดูเป็น Playboy หรือคนที่ช่ำชองเรื่องแบบนี้
.

.
3) แอบอ่อย หรือ ส่งสัญญาณให้เขาเดาเอง
.
วิธีนี้มักใช้บ่อยในผู้หญิง (เพราะวัฒนธรรมสอนเราว่าเราไม่ควรออกตัวแรง จีบผู้ชายก่อน) บางคนอาจจะตั้งสเตตัสหรือขึ้นแคปชั่นแบบไม่เจาะจงใครว่า “ฉันโสดนะ” “เหงาจัง ไม่มีคนกินข้าวด้วย” (แต่จริงๆ เชื่อเถอะว่าพวกเธอมักจะมีเป้าหมายอยู่ในใจว่ากำลังบอกใครอยู่) หรือคุยกันบ่อยๆ แล้วก็เอาแต่พูดเรื่องความรักบ้าง เรื่องส่วนตัวบ้าง
.
วิธีนี้จะช่วยลดความเสี่ยงจากการหน้าแตก และลดการถูกปฏิเสธแบบแรงๆ แต่ก็สามารถสร้างความสับสนให้กับคู่ได้ไม่น้อยเลย ถ้าคู่ของคุณเป็นคนอ่านเกมออกก็ดีไป แต่ถ้าคู่ของคุณเป็นคนไม่กล้าเสี่ยง ผิดหวังมาเยอะ ขี้กลัวแล้วล่ะก็ ระวังเขาจะไม่เข้าใจสัญญาณของคุณ และตีความว่าคุณเป็นคนมนุษยสัมพันธ์ดีหรือเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดสำหรับเขานะครับ
.
สิ่งที่ต้องเรียนรู้เพิ่มจากการใช้กลยุทธ์นี้
– จะทำอย่างไรให้คนสนใจด้วยคำพูดหรือท่าทางของคุณ
– จะอ่านสัญญาณหรือ Body language เขาอย่างไร (เพราะไม่เพียงแต่เขาจะต้องมาแปลสัญญาณคุณ แต่คุณก็ต้องแปลสัญญาณที่เขาส่งกลับมาเช่นกัน)
.

.
4) ปรับหรือสร้างสภาพแวดล้อมขึ้นมา
.
สภาพแวดล้อมที่ใช่ ก็จะช่วยบิลด์ให้ความรู้สึกบางอย่างก่อตัวเช่นกัน เช่น การไปเที่ยวกันที่ไกลๆ ก็จะช่วยเพิ่มความสนิทสนมและได้เห็นบางมุมที่คนอื่นไม่เคยเห็น หรือ แค่ชวนไปกินข้าวในร้านโรแมนติกๆ ก็อาจจะทำให้คู่รู้สึกตื่นเต้นมากกว่าปกติ
.
Key หลักของการใช้กลยุทธ์นี้คือ สร้างสถานการณ์ที่ทำให้เกิดความใกล้ชิด (ทางกายหรือจิตใจ) ขึ้นมามากที่สุด
.

.
5) แกล้งหยอก ทีเล่นทีจริง
.
การพูดเล่นบ้าง บางทีก็เป็นจุดเริ่มต้นให้คู่ของคุณเริ่มคิดถึงความสัมพันธ์ใหม่ๆ เช่น เป็นเพื่อนสนิทกัน อยู่ๆวันนึงเขาพูดว่า “ถ้าเธอมาเป็นแฟนฉันก็ดีสิ” แน่นอน เขาอาจจะพูดเล่น แต่ในหัวคุณต้องคิดไปไกลแล้วแน่ๆ
.
สิ่งที่ต้องระวัง
– การใช้วิธีนี้จะทำให้ดูเป็นคนไม่จริงจัง ขี้แกล้งจนอาจจะทำให้อีกฝ่ายไม่กล้าเชื่อในคำพูดหรือการกระทำของคุณแบบ 100% และอาจมีผลไปถึงความสัมพันธ์แบบระยะยาวถ้าได้คบกันแล้วอีกด้วย
.
– ใช้แล้วภาพลักษณ์อาจดูเป็น Playboy หรือกลายเป็นคนขี้อ่อยไป
.

.
6) เล่าถึงความเจ๋งหรือฐานะอันร่ำรวยของคุณ
.
แน่นอน ถึงแม้เราจะตัดสินคนจากฐานะหรือความฉลาด ความเก่งไม่ได้ แต่ในแง่หนึ่งของโลกนี้ ความสัมพันธ์ = การแลกเปลี่ยนทางสังคม ฉะนั้นไม่ใช่เรื่องผิดเลยที่คุณจะใช้ต้นทุนที่เป็นจุดเด่นของคุณในการหาคู่
.
ต้นทุนที่ว่าหมายถึงทั้งฐานะการเงิน หน้าตา สิ่งของแพงๆ ความเก่ง ความฉลาด นามสกุล ความป็อปปูลาทางสังคม อะไรก็ได้
.
สิ่งที่ต้องระวัง
– เพราะคุณใช้ของภายนอกในการดึงดูดคน จึงต้องเลือกคู่ให้ดีว่าเขาสนใจคุณเพราะภายนอกหรือสนใจอยากคุยกับคุณจริงๆ
.
– *ให้ใช้สิ่งเหล่านี้เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นให้เขาสนใจคุณเท่านั้น แต่อย่าใช้เป็นตัวรักษาความสัมพันธ์*
.
– ระวังการถูกเอาเปรียบ หรือความสัมพันธ์ที่ฉาบฉวย
.

.
7) รู้จักกันผ่านคนอื่นแนะนำ , Online dating
.
การแนะนำ ก็เป็นวิธีหนึ่งที่ได้ผลอย่างสูง แต่ต้องมั่นใจว่าบุคคลที่ 3 นั้นเป็นคนที่รู้จักคุณทั้งคู่พอสมควร (เพื่อที่จะเลือกแนะนำคนที่เหมาะสมกัน) การแนะนำนี้อาจจะเป็นเพื่อน ญาติ หรือแม่สื่อก็ได้
.
รวมไปถึงการใช้ App หรือ Website หาคู่อีกด้วย
.
ลองใช้คู่กับข้อ 1 (อารมณ์และเรื่องส่วนตัว) และข้อ 2 (ความตรงไปตรงมา) ดู
.
สิ่งที่ต้องระวัง
– ถึงจะได้ยินเรื่องเล่าอันดีงามหรือคุยกันผ่าน Chat แบบดีงามแค่ไหนก็ตาม ก็ต้องได้เจอตัวจริงและทำความรู้จักกันด้วยตัวเอง ห้ามเชื่อแค่ข้อความหรือคำพูดจากคนอื่นๆ
.

.
8) ทำตัวเองให้ดูดีและมีเสน่ห์
.
วิธีนี้เป็นวิธีเชิงรับ โดยการเพิ่มเสน่ห์ให้คนมาชอบเราเอง โดยที่เราไม่ต้องเป็นฝ่ายไปจีบคนอื่น โดยเสน่ห์จะรวมทั้งรูปร่างหน้าตา หรือ ทัศนคติ หรือนิสัย ซึ่งเป็นวิธีที่ส่วนใหญ่ฝ่ายหญิงจะเป็นคนใช้
.
สิ่งที่ต้องระวัง
– ถึงแม้ในแง่หนึ่งคุณจะเป็นฝ่ายรอให้เขามาจีบ แต่คุณก็ต้อง “เลือก” และ “ตัดสินใจ” ว่าใครควรเป็นคู่ของคุณ และจะปฏิบัติกับแต่ละคนอย่างไร อย่าปล่อยเนื้อปล่อยตัว คุยไปทั่ว เผื่อเลือก
.
สิ่งที่ต้องเรียนรู้เพิ่มจากการใช้กลยุทธ์นี้
– การปฏิเสธคู่ที่คุณไม่สนใจ
– การมองคนให้ออกและเลือกคู่อย่างเหมาะสม
.

.
จะเห็นว่า 8 กลยุทธ์นี้มีทั้งข้อดีข้อเสีย ไม่มีวิธีใดที่ดีกับทุกคนไปหมดและคุณสามารถใช้หลายๆวิธีร่วมกันได้ เพราะฉะนั้นลองเลือกใช้วิธีที่เหมาะกับตัวเองดูครับ
.
บางคนอ่านแล้วอาจจะรู้สึกว่า โห ทำไมต้องทำอะไรให้วุ่นวาย เรื่องความรักควรเป็นเรื่องธรรมชาติ ปล่อยไปตามอารมณ์และโชคชะตา ใช่ครับ ผมเห็นด้วย ความรักเป็นเรื่องของโชคชะตาครึ่งหนึ่ง ส่วนอีกครึ่งหนึ่งต้องมาจากความพยายามของคุณเองด้วยต่างหาก
.
สวัสดีปีใหม่ทุกๆ คนนะครับ
?

REF: https://www.psychologytoday.com/…/8-strategies-starting-rom…

RESEARCH : https://www.researchgate.net/…/258180817_Strategic_Behavior…

About the Author:

Leave a Reply

*